ความผิดพลาดในหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตคนเรา
ล้วนเกิดจาก
"ความเข้าใจผิด"
จดหมายเขียนส่งให้แม่
ภรรยาของเขาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุมา4ปีแล้ว
เขารู้สึกเคว้างคว้าง
ไม่รู้จะทำหน้าที่ของพ่อและแม่ให้ลูกชายได้อย่างไร?
ค่ำวันเสาร์
หลังจากที่เขากลับมาจากทำงาน เขาทักทายลูกไม่กี่คำ
ก็เข้าห้องอยากนอนด้วยความเพลีย
หลังจากถอดสูทออกแล้ว
ก็ล้มตัวลงไปนอนบนเตียง
“เพล้ง” เสียงเหมือนชามอะไรแตกสักอย่าง
เมื่อเขาเปิดผ้าห่มดู
ชามบะหมี่กับจานแตกเป็นเสี่ยงๆ ทั้งน้ำและเส้นหกเลอะผ้าห่มและที่นอน
เขาหยิบไม้แขวนเสื้อเดินออกไปหิ้วแขนลูกชายที่กำลังเล่นของเล่น
จากนั้นก็ตีไปที่ก้นของลูกด้วยความโมโห
ลูกชายร้องไห้ด้วยความเจ็บ
เขาถามลูกออกไปด้วยความโมโห
“ทำไมเอาบะหมี่ไปกินบนเตียงพ่อ?”
ลูกชายร้องไห้สะอึกสะอื้นบอกกับเขาว่า
“ข้าวที่พ่อหุงไว้เมื่อเช้าผมกินหมดแล้ว
ตอนเย็นนี้ผมหิวข้าว แต่พ่อยังไม่กลับมา
ผมก็เลยหามาม่าจากในครัว
แต่พ่อบอกผมว่าไม่ให้ยุ่งกับแก๊ส
ผมก็เลยเอาน้ำอุ่นจากตู้น้ำดื่มมาชงมาม่า
ผมกินไปชามหนึ่งแล้ว อีกชามหนึ่งผมชงให้พ่อ
แต่ผมกลัวว่ามันจะเย็นไปซะก่อนที่พ่อจะกลับมา ผมก็เลยเอาผ้าห่มคลุมไว้
ตอนที่พ่อกลับมาผมมัวแต่เล่น จึงลืมบอกพ่อ ผมขอโทษครับพ่อ! ”
เขาปล่อยมือลูกและรีบหันหน้าหนีเดินไปที่ห้องน้ำ
เมื่ออยู่ในห้องน้ำ
เขาก็เปิดน้ำเสียงดังเพื่อกลบเสียงร้องไห้โฮของเขา
เขานั่งอยู่ในห้องน้ำครู่ใหญ่
เมื่อออกมาจากห้องน้ำ
เขาเดินไปที่ห้องของลูกชาย เห็นลูกชายนอนหลับอยู่บนเตียง
พร้อมกับกอดรูปของแม่อยู่ในอ้อมกอด
ใบหน้ายังเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
จากเหตุการณ์ในวันนั้น
เขาสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลลูกให้ดีกว่านี้
แต่เมื่อลูกชายเข้าเรียนชั้นประถมได้ไม่นาน เขาก็ตีลูกชายอีกครั้ง
ช่วงก่อนวันแม่ไม่กี่วัน
วันนั้นคุณครูประจำห้องก็โทรศัพท์มาบอกเขาว่าลูกชายไม่ได้มาเรียน
และวันนี้ก็มีการแสดงของเด็กนักเรียนด้วย
เขารีบลางานเพื่อไปตามหาลูกชาย
เขาเดินตามหาลูกชายแถวบริเวณหน้าโรงเรียนแต่ก็ไม่เจอ
เมื่อเดินไปที่สวนสาธารณะ
ก็เห็นลูกชายกำลังยืนอยู่หน้าเครื่องเล่นสไลเดอร์
เขาโมโหลูกชายมาก
จึงตีลูกชายอีกครั้ง ครั้งนี้ลูกชายไม่ได้แก้ตัวอะไรใดๆ
เอาแต่กล่าวคำขอโทษเขาเท่านั้นเอง
หลังจากนั้นหนึ่งปี
เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากบุรุษไปรษณีย์
ว่าลูกชายของเขานำจดหมายปึกใหญ่ที่ไม่มีที่อยู่ใส่ไว้ที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้าน
และช่วงนี้ก็เป็นช่วงปีใหม่ เจ้าหน้าที่ไม่มีเวลาว่างมาสนุกกับสิ่งที่ลูกชายเขาทำหรอก
เมื่อเขาทราบดังนั้น
ก็รีบบึ่งรถไปที่ไปรษณีย์เพื่อนำจดหมายปึกใหญ่นั้นกลับมา
เมื่อกลับมาถึงบ้าน
เขาก็โยนจดหมายปึกนั้นให้ลูกชายดู
“ทำไมลูกทำอย่างนี้?”
ลูกชายเมื่อเห็นจดหมายก็ร้องไห้
“นี่เป็น”
เขาได้ฟังก็สะท้อนใจเป็นอย่างยิ่ง
จึงถามลูกชายออกไปว่า
“ทำไมส่งครั้งเดียวตั้งเยอะตั้งแยะ?”
“จดหมายปึกนี้ผมเขียนมาตั้งแต่แม่ตาย
แต่เมื่อก่อนผมยื่นจดหมายใส่ตู้ไม่ได้
เพราะผมยังตัวเล็ก
ตอนนี้ผมสูงพอที่จะหย่อนจดหมายใส่ตู้ได้
ผมก็เลยเอาจดหมายที่เขียนถึงแม่ไว้ทั้งหมดส่งให้แม่อ่านพร้อมๆกัน!”
เมื่อเขาได้ฟังลูกบอก
น้ำตาก็คลอเบ้าตา ไม่รู้จะบอกลูกยังไงดี เขาจึงก้มตัวลงไปกอดลูกไว้
“แม่ของลูกอยู่บนสวรรค์แล้ว
วันหลังถ้าจะเขียนจดหมายถึงแม่
พ่อจะเผาให้นะ
จดหมายจะได้ส่งไปบนสวรรค์ให้แม่ได้อ่าน”
ค่ำวันนั้น
เมื่อส่งลูกชายเข้านอนแล้ว เขาจึงหยิบจดหมายปึกใหญ่นั้นมาอ่าน
มีจดหมายอยู่ฉบับหนึ่ง ที่ทำให้เขาสะเทือนใจมาก
“ แม่ครับ ผมคิดถึงแม่
วันนี้
ที่โรงเรียนมีการแสดงของแม่ลูก ผมไม่มีแม่ เลยไม่ได้แสดงด้วย
ผมไม่ได้บอกกับพ่อ
กลัวว่าพ่อจะคิดถึงแม่ แต่พ่อก็ลางานมาตามหาผม
ผมไม่อยากให้พ่อรู้ว่าผมเหงา
ผมเลยแสร้งไปเล่นที่สวนสนุก แม้ว่าพ่อจะด่าผมตีผม
แต่ผมก็ไม่ได้เล่าความจริงให้พ่อฟัง
แม่ครับ
ผมเห็นพ่อนั่งกอดรูปของแม่ทุกวันเลย ผมรู้ว่าพ่อก็คิดถึงแม่เหมือนกับผม
แม่ครับ
ผมจำไม่ได้แล้วว่าเสียงของแม่เป็นยังไง? แม่มาเข้าฝันผมหน่อยได้ไหม
ขอให้ผมได้เห็นหน้าแม่อีกสักครั้ง ขอให้ผมได้ฟังเสียงของแม่อีกสักครั้งได้ไหมครับ?
ลุงข้างบ้านบอกผมว่า
หากเราคิดถึงใคร ก่อนนอนให้กอดรูปของเขาไว้ที่อก
แล้วเราจะฝันถึงเขาคนนั้น
แต่แม่ครับ ผมกอดรูปแม่ไว้กับอกทุกวัน
ทำไมแม่ไม่มาเข้าฝันผมเลยละครับ! ”
เมื่อเขาอ่านจบ
เขาก็กลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่ให้ดังออกมากลัวลูกได้ยิน
เขาเอาแต่ถามตัวเองว่า
จะทำอย่างไรถึงจะทดแทนความรู้สึกกำพร้าแม่ของลูกได้?
…………………..
เมื่อเราเป็นผู้สร้างลูกให้เกิดมาบนโลกนี้
เราต่างมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตที่เกิดขึ้นมานั้นร่วมกัน
หากคุณเป็นแม่
อย่าได้เอาแต่ทำโอที
หากคุณเป็นพ่อ
อย่าเอาแต่เลิกงานแล้วไปสังสรรค์กับมิตรสหาย
ขอให้คุณทั้งหลายดูแลสุขภาพให้ดี
คุณจึงจะมีโอกาสได้อยู่ดูแลลูก
ได้เห็นการเจริญเติบโตของลูก
ได้เห็นความสำเร็จของลูกไปพร้อมๆกัน
อย่าได้ทำแต่งานหาแต่เงินจนลืมดูแลสุขภาพ
มีชื่อเสียงเงินทองแต่สุขภาพทรุดโทรม
แล้วจะมีประโยชน์อะไร!
อย่าได้เอาแต่คิดว่า
รอฉันมีเงินก่อนแล้วค่อยทำอันโน้นทำอันนี้!
เพราะไม่มีใครอาจล่วงรู้ได้ว่า
นาทีต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น? วันหน้าจะมีได้อีกสักกี่ครั้ง
!